Posts

“เจ็บจนทนไม่ไหว” ความปวดจากมะเร็งไม่ได้มีแค่แบบเดียว และเราจัดการมันได้!

Image
  “เจ็บจนทนไม่ไหว” ความปวดจากมะเร็งไม่ได้มีแค่แบบเดียว และเราจัดการมันได้! ในชีวิตการเป็นหมอ ผมมักจะเจอคำถามที่บีบหัวใจจากคนไข้และญาติเสมอ โดยเฉพาะเมื่อโรคร้ายอย่างมะเร็งลามมาถึงกระดูกหรือเส้นประสาท หลายคนถามผมด้วยสายตาที่สิ้นหวังว่า "หมอครับ พ่อปวดจนร้องไห้ กินยาก็ไม่หาย เราต้องทนไปแบบนี้จนวินาทีสุดท้ายเลยเหรอ?" ผมอยากบอกทุกคนตรงนี้เลยครับว่า "ความปวดไม่ใช่สิ่งที่เราต้องจำนน" เทคโนโลยีการแพทย์ปัจจุบันก้าวหน้าไปไกลมาก เราสามารถควบคุมความปวดได้ เพื่อให้คนไข้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ได้นอนหลับ ได้ทานข้าว และได้ยิ้มกับครอบครัวอีกครั้ง ความในใจจากหน้าห้องตรวจ: "แค่ขยับก็เหมือนกระดูกจะแตก" ผมมีคนไข้ท่านหนึ่ง (สมมติว่าชื่อป้าอุ่น) ท่านเป็นมะเร็งเต้านมที่ลามไปที่กระดูกสันหลัง ป้าอุ่นบอกผมว่า "หมอคะ ป้าไม่ได้กลัวตายนะ แต่ป้ากลัวความปวด ป้าขยับตัวทีไรเหมือนมีเข็มพันเล่มทิ่มเข้าไปในหลัง ป้าทรมานจนไม่อยากตื่นมาเจอวันใหม่" ความเจ็บปวดของคุณป้าอุ่นไม่ใช่แค่เรื่องของร่างกายครับ แต่มันส่งผลถึงจิตใจ (Spiritual Pain) เมื่อเราจัดการความปวดทางกายได้ ป้าอุ่นก็กลับมาม...

“ควรพูดอะไรกับคนที่กำลังจะจากไป?”

Image
  “ขอบคุณที่อยู่ด้วยกันนะ...” คำพูดสุดท้ายที่ล้ำค่ากว่ายารักษาโรคใดๆ ในช่วงเวลาที่เปราะบางที่สุดของชีวิต เมื่อความตายไม่ใช่เรื่องไกลตัว และคนที่เรารักกำลังเดินทางเข้าสู่ช่วงสุดท้าย หลายคนมักจะตกอยู่ในความเงียบ เพราะ "ไม่รู้จะพูดอะไร" หรือกลัวว่าพูดไปแล้วจะทำให้อีกฝ่ายเสียใจ หรือกลัวว่าตัวเองจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว แต่ในฐานะหมอที่คลุกคลีอยู่กับคนไข้และครอบครัวในช่วงเวลาวิกฤตมานับครั้งไม่ถ้วน ผมอยากบอกว่า "คำพูด" คือเครื่องมือสื่อสารที่ทรงพลังที่สุดในการเยียวยาหัวใจ ทั้งของผู้ที่กำลังจะจากไปและผู้ที่ยังอยู่ครับ ความในใจจากข้างเตียง: "หมอครับ ผมควรบอกลาเขายังไง?" ผมจำได้ดีถึงเคสของคุณลุงท่านหนึ่ง (สมมติว่าชื่อคุณสมชาย) ท่านล้มป่วยด้วยโรคกระดูกและภาวะแทรกซ้อนเรื้อรังจนมาถึงระยะสุดท้าย ลูกชายของคุณลุงยืนกำมือพ่อแน่นอยู่นาน น้ำตาคลอเบ้า แต่ไม่กล้าพูดอะไรเลย เพราะกลัวว่าถ้าพูดเรื่องการจากลา จะเป็นการ "แช่ง" หรือทำให้พ่อหมดกำลังใจ ลูกชายกระซิบถามผมว่า "หมอครับ พ่อเขารู้ตัวไหม? แล้วผมควรพูดอะไรที่จะทำให้เขาไปอย่างสงบที่สุด?" นี่คือคำถามที่สะท้อนใ...

“Morphine ทำให้เสียชีวิตเร็วขึ้นจริงไหม?”

Image
  “ฉีดมอร์ฟีนแล้วจะไปเร็วขึ้นไหม?” — ความเข้าใจผิดที่พรากความสงบไปจากวาระสุดท้าย “หมอคะ... อย่าเพิ่งให้มอร์ฟีนแม่เลยนะ กลัวท่านจะหลับแล้วไม่ตื่น” “ได้ยินมาว่าถ้าฉีดมอร์ฟีนปุ๊บ คนไข้จะหยุดหายใจปั๊บ จริงไหมหมอ?” นี่คือคำถามยอดฮิตที่เต็มไปด้วยความกังวลใจครับ ในฐานะหมอ ผมเข้าใจดีว่าคำว่า “มอร์ฟีน” ในความรู้สึกของหลายคน มันฟังดูเหมือนจุดสิ้นสุด หรือเหมือนการ ‘เร่ง’ ให้เวลาของคนที่เรารักหมดเร็วขึ้น แต่ในโลกความเป็นจริงทางการแพทย์ ความเชื่อนี้ถือเป็นหนึ่งในความเข้าใจผิด (Myth) ที่น่าเสียดายที่สุด เพราะมันทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากต้องทนปวดจนลมหายใจสุดท้าย ทั้งที่มีทางช่วยให้เขาจากไปอย่างสงบได้ เรื่องเล่าจากข้างเตียง: “ความเงียบที่แสนสบาย” ผมเคยดูแล “ป้าอัญ” (นามสมมติ) ผู้ป่วยมะเร็งกระดูกระยะสุดท้าย ท่านปวดจนร้องโหยหวนทุกครั้งที่ขยับตัว ลูกหลานพากันร้องไห้เพราะทนเห็นแม่เจ็บไม่ไหว แต่พอหมอเสนอให้ใช้มอร์ฟีน ทุกคนกลับส่ายหน้าเพราะกลัวว่า “จะทำให้แม่ตายเร็วขึ้น” กว่าจะทำความเข้าใจกันได้ ป้าอัญต้องทนทรมานอยู่หลายวัน จนกระทั่งครอบครัวตัดสินใจยอมให้มอร์ฟีนตามขนาดที่หมอคำนวณ หลังจากฉีดไปเพียงไม่นาน ป้า...

“คนไข้ไม่กินข้าว…ควรให้อาหารทางสายไหม?”

Image
“คนไข้ไม่กินข้าว…ควรให้อาหารทางสายไหม?” คำถามนี้เป็นหนึ่งในความลำบากใจที่สุดของญาติเลยครับ หมอเข้าใจความรู้สึกนี้ดี เพราะในสังคมไทย "การกินข้าวได้" คือสัญลักษณ์ของการมีชีวิตและความรัก การเห็นคนที่เรารักไม่กินอะไรเลยทำให้เรารู้สึกผิด เหมือนเรากำลังปล่อยให้ท่านหิว แต่ในมุมมองของแพทย์เฉพาะทางและหลักการดูแลระยะท้าย ความจริงอาจจะต่างจากที่ใจเราคิดครับ "หมอคะ...จะปล่อยให้แม่หิวตายเหรอ?" นี่คือประโยคสะเทือนใจจาก "คุณรัตน์" (นามสมมติ) ลูกสาวที่ดูแลคุณยายวัย 90 ปีที่เป็นผู้ป่วยติดเตียงและเริ่มไม่กลืนอาหาร คุณรัตน์กลัวมากว่าการไม่ใส่สายอาหารจะทำให้แม่ทรมาน แต่เมื่อหมออธิบายว่า ในระยะที่ร่างกายกำลัง "ปิดสวิตช์" ระบบย่อยอาหารจะหยุดทำงานเป็นอันดับต้นๆ การฝืนใส่อาหารเข้าไปเปรียบเสมือนการเติมน้ำมันลงในเครื่องยนต์ที่พังแล้ว น้ำมันนั้นไม่ได้ช่วยให้เครื่องติด แต่จะล้นทะลักออกและสร้างความเสียหายหนักกว่าเดิมครับ ความจริงเรื่อง "สายให้อาหาร" ในระยะสุดท้าย เมื่อร่างกายเข้าสู่ระยะใกล้เสียชีวิต ระบบต่างๆ จะทำงานช้าลงอย่างมาก การให้อาหารทางสาย (NG Tube) หรือการ...

“จะรู้ได้อย่างไรว่าใกล้เสียชีวิตแล้ว?”

Image
  สัญญาณเตือนภัย! “จะรู้ได้อย่างไรว่าร่างกายเรากำลังถึงขีดจำกัด?” “หมอครับ... พ่อผมท่านดูเพลียๆ ไม่ค่อยกินข้าวมาหลายวันแล้ว แบบนี้เป็นสัญญาณอันตรายไหม?” “ทำไมจู่ๆ แม่ก็จำลูกไม่ได้ พูดจาสับสน ทั้งที่เมื่อวานยังคุยกันดีๆ อยู่เลย” คำถามเหล่านี้เป็นคำถามที่บีบหัวใจที่สุดคำถามหนึ่งในห้องตรวจของหมอครับ หลายครอบครัวต้องเผชิญกับความวิตกกังวลเมื่อเห็นคนที่รักเปลี่ยนแปลงไป บางคนกลัวจนไม่กล้าสบตาความจริง บางคนสับสนจนทำตัวไม่ถูก วันนี้หมออยากมาพูดคุยเรื่องที่หลายคนอาจจะรู้สึกว่า “หนัก” แต่เป็นเรื่องสำคัญที่เราทุกคนควร “รู้เท่าทัน” นั่นคือสัญญาณเตือนจากร่างกายที่บอกว่าระบบต่างๆ กำลังทำงานลดลง หรือเข้าสู่ช่วงท้ายของชีวิต เพื่อที่เราจะได้เตรียมตัว เตรียมใจ และดูแลคนที่เรารักให้ดีที่สุดในช่วงเวลาที่สำคัญนี้ครับ เรื่องเล่าจากหน้าห้องตรวจ: “วันสุดท้ายที่ไม่ต้องรีบร้อน” หมอจำได้ดีถึงเคสของ “คุณตาสมศักดิ์” (นามสมมติ) ชายวัย 82 ปี ที่ลูกหลานพามาตรวจด้วยอาการปวดหลังเรื้อรังจากกระดูกพรุนและมะเร็งลามไปที่กระดูก ลูกสาวคุณตาถามหมอด้วยแววตาสั่นเครือว่า “หมอคะ พ่อจะอยู่อีกนานไหม?” ในตอนนั้น คุณตาไม่ได้มีอาการ...

“เป้าหมายของการรักษาในระยะสุดท้ายคืออะไร?”

Image
  คุณหมอคะ... ถ้าหมอบอกว่ารักษาให้หายขาดไม่ได้แล้ว แล้วเราจะรักษากันไปเพื่ออะไร? เป้าหมายที่เหลืออยู่คืออะไรกันแน่?" คำถามนี้เหมือนเข็มที่ทิ่มแทงหัวใจของญาติ ๆ ทุกคน เพราะเรามักติดกับดักความคิดที่ว่า "การรักษา = ต้องหาย" แต่เมื่อถึงวันที่ตัวเลขผลแล็บและภาพเอกซเรย์บอกเราว่าโรคดำเนินมาถึงระยะสุดท้าย (End-of-life) เป้าหมายของการแพทย์จะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงครับ มันไม่ใช่การ "ถอย" หรือการ "ยอมแพ้" แต่มันคือการเปลี่ยนเป้าหมายจากการ "รักษาเพื่อเพิ่มจำนวนวัน" มาเป็น "การรักษาเพื่อเพิ่มคุณภาพของวัน" ต่างหากครับ เรื่องจริงของ "น้าสมพร" (นามสมมติ) น้าสมพรเป็นมะเร็งกระดูกที่แพร่กระจายจนทำให้กระดูกต้นขาหักและปวดรุนแรง ในตอนแรกครอบครัวสับสนมากว่าจะผ่าตัดดีไหม เพราะกลัวว่าผ่าไปก็ไม่หายจากมะเร็ง แต่หลังจากเราคุยกันเรื่อง "เป้าหมาย" ครอบครัวก็เข้าใจครับ เป้าหมายของเราไม่ใช่การผ่าตัดเพื่อให้มะเร็งหาย แต่คือการผ่าตัดเพื่อ "ให้ท่านลุกนั่งได้โดยไม่ปวด" เพื่อให้ท่านได้นั่งกินข้าวกับลูกหลานได้อีกครั้ง และไม่ต้องนอนติดเต...

“ทำไมหมอบอกว่า ‘การรักษาอาจทำให้ทุกข์มากขึ้น’ ”

Image
  "คุณหมอคะ... ทำไมถึงพูดแบบนี้ล่ะ? หน้าที่หมอคือต้องรักษาคนไข้ให้ดีที่สุดไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมถึงบอกว่าการรักษาจะทำให้แม่ทุกข์มากขึ้น?" น้ำตาที่คลอหน่วยตาของลูกสาวท่านหนึ่ง เมื่อได้ยินคำแนะนำของผมที่ดูเหมือนจะขัดกับความรู้สึกของคนเป็นลูกอย่างรุนแรง ในใจเธออาจกำลังคิดว่าหมอกำลังจะยอมแพ้ หรือหมอไม่อยากเหนื่อยรักษาเคสยาก ๆ หรือเปล่า? ผมกุมมือเธอไว้แล้วบอกว่า "ที่หมอพูดแบบนี้ เพราะหมอไม่ได้มองแค่ว่าคนไข้จะ 'รอด' ไหม แต่มองว่าหลังจากรอดแล้ว คนไข้จะ 'อยู่อย่างไร' ต่างหากครับ" วันนี้ผมอยากขอใช้พื้นที่ตรงนี้อธิบายเหตุผลที่ดูเหมือนใจร้าย แต่มันคือความปรารถนาดีที่สุดที่หมอคนหนึ่งจะมีให้คนไข้ได้ครับ เรื่องจริงของ "ป้าพรรณ" (นามสมมติ) ป้าพรรณอายุ 78 ปี ป่วยด้วยภาวะกระดูกสะโพกหักซ้ำซ้อนจากมะเร็งที่กระจายมา ในทางเทคนิค หมอกระดูกอย่างผมสามารถผ่าตัดใส่เหล็กดามให้ป้าได้ครับ แต่ปัญหาคือสภาพร่างกายป้าอ่อนแอมาก หัวใจทำงานได้เพียงครึ่งเดียว และไตเริ่มเสื่อม ถ้าผมฝืนผ่าตัด: ป้าอาจจะรอดจากการผ่าตัด แต่ต้องนอนใส่ท่อช่วยหายใจใน ICU นานหลายสัปดาห์ แผลผ่าตัดอาจจะไม่ติ...